วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ไทยพาณิชย์ชูนวัตกรรมออนไลน์รุกธุรกิจเทรด เปิดตัว SCB Trade Net ทำทุกธุรกรรมการค้าต่างประเทศออนไลน์โดยไม่ต้องส่งเอกสาร แล้วเสร็จใน 2 ชั่วโมง

          ไทยพาณิชย์ตอกย้ำความเป็นผู้นำทางด้านนวัตกรรมทางการเงิน ทุ่ม 400 ล้าน ปรับหน้าบ้านและหลังบ้าน ยกระดับระบบงานธุรกรรมการค้าต่างประเทศที่ดีที่สุดระบบหนึ่งในอาเซียน พัฒนา SCB Trade Net ซึ่งเป็นระบบงานการค้าต่างประเทศออนไลน์ระบบเดียวที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างครบทุกรายการภายใน 2 ชั่วโมง โดยไม่ต้องส่งเอกสารตัวจริงช่วยให้บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดธุรกรรมการค้าต่างประเทศกว่า 15% ภายในสิ้นปีนี้





          นายไตรรงค์ บุตรากาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สาย GTS ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ปัจจุบันธนาคารให้บริการทางด้านธุรกรรมการค้าต่างประเทศแก่ลูกค้ากว่า 7,000 ราย โดยในระยะหลังลูกค้าให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและมีการใช้บริการธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น จึงมีการพัฒนาระบบธุรกรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงทุนงบประมาณกว่า 400 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงระบบงานทางด้านธุรกรรมการค้าต่างประเทศใหม่ทั้งระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาช่องทางการทำธุรกรรมออนไลน์รูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ SCB Trade Net ซึ่งเป็นระบบธุรกรรมออนไลน์ระบบเดียวที่ให้ลูกค้าสามารถจัดการธุรกรรมได้ครบวงจร โดยจะช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพราะใช้เวลาในการดำเนินการ ให้เสร็จภายใน 2 ชั่วโมง และยังลดความยุ่งยากในการจัดส่งเอกสารและแบบคำขอ จึงช่วยลดต้นทุนให้กับธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”


          SCB Trade Net คือ ระบบธุรกรรมการค้าต่างประเทศออนไลน์ครบวงจร ที่ลูกค้าซึ่งเป็นธุรกิจขนาดกลาง-ขนาดใหญ่สามารถทำรายการผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ต www.scbtradenet.com โดยลูกค้าสามารถดำเนินธุรกรรมการค้าต่างประเทศทุกรายการได้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง โดยไม่ต้องส่งเอกสารตัวจริง ตั้งแต่คำขอ จนถึงเอกสารประกอบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด L/C สั่งจ่ายเงินตาม L/C, จนถึงขอกู้สินเชื่อ T/R Packing รวมทั้งยังสามารถตรวจสอบวงเงินสินเชื่อ ขออัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และแจ้งทุกความเคลื่อนไหวสถานะของรายการการค้าได้แบบ Real-timeในหน้าจอเดียว โดยไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นระบบออนไลน์เดียวในตลาดที่สามารถให้บริการได้ครบวงจรรายแรกของประเทศไทย ช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำการค้าระหว่างประเทศให้กับลูกค้าได้มากขึ้น SCB Trade Net สามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของลูกค้าได้กว่า 30% และสามารถลดระยะเวลาในการทำธุรกรรมการค้าต่างประเทศได้กว่า 50%


          “จากการพัฒนาระบบการทำธุรกรรมการค้าต่างประเทศออนไลน์ธนาคารคาดว่า จะมีลูกค้าให้ความสนใจใช้บริการกว่า 1,500 ราย ภายในปี 2556 อย่างไรก็ดี ระบบนี้เป็นระบบสนับสนุนการทำธุรกรรมที่เพิ่มความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายให้ลูกค้า โดยคาดว่าจะทำให้ลูกค้ามีการทำธุรกรรมผ่านระบบนี้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 30% ปัจจุบันธุรกิจการค้าต่างประเทศของธนาคารมีส่วนแบ่งการตลาด 14% ธนาคารมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้วยเป้าส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 15% ภายในสิ้นปี” นายไตรรงค์ กล่าวสรุป


>>แหล่งที่มา<<

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กลุ่มไทยพาณิชย์ฉลองความสำเร็จการจำหน่ายกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ คริสตัล รีเทล โกรท





          กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ คริสตัล รีเทล โกรท ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยมี นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด พร้อมด้วย นายกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.อี.รีเทล จำกัด ร่วมในพิธีฉลองความสำเร็จครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ณ The Crystal Park


>>แหล่งที่มา<<

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ธนาคารไทยพาณิชย์คว้ารางวัล ธนาคารยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทยจาก Euromoney




          ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รับรางวัล ธนาคารยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย ประจำปี 2556 (Best Bank 2013) จากนิตยสารชั้นนำทางด้านเศรษฐกิจการเงินแห่งประเทศอังกฤษEuromoney จากผลการดำเนินงานอันโดดเด่น การสร้างความเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และแข็งแกร่ง ทั้งทางด้านผลประกอบการ และควบคุมจัดการกับหนี้ด้อยคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ธนาคารได้รับรางวัลดังกล่าวโดยมี นายดีแพก ซาหรับ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มการเงิน และโครงการปรับปรุงธนาคาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นตัวแทนธนาคารเข้ารับรางวัล เมื่อเร็วๆ นี้ที่ฮ่องกง


>>แหล่งที่มา<<

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ศูนย์วิจัยฯแบงก์ใบโพธิ์ลดเป้า ศก.ไทยปีนี้ขยายตัวเหลือ 4%


          ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจตลอดทั้งปี จากร้อยละ 5.1 เหลือร้อยละ 4 และการส่งออกจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.7 โดยเป็นผลจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว กระทบการส่งออกของไทย รวมถึงกรณีฟ้องร้องในโครงการลงทุนบริหารจัดการน้ำ


          นางสุทธา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ เชื่อว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 จะไม่ติดลบ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์คงเพิ่มความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น หลังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมีอัตราการเพิ่มขึ้นเร็วจนน่าเป็นห่วง


          ศูนย์วิจัยฯ ยังวิเคราะห์ว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 จากปัจจุบันร้อยละ 2.5 ในช่วงปลายปี พร้อมกับการดำเนินมาตรการกำกับสินเชื่อสถาบันการเงิน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงการก่อหนี้ครัวเรือนจนเกินไป


          ส่วนปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงเปิดสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีวาระพิจารณา ทั้งร่างกฎหมายนิรโทษกรรม งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 และร่างพระราชบัญญัติลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนั้น แม้ไม่กระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้ แต่หากเกิดความวุ่นวายขึ้น อาจทำให้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจได้


>>แหล่งที่มา<<

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ไทยพาณิชย์ ร่วมกับ SCB LIFE เปิดตัวเครื่องมือวางแผนมรดกแบบใหม่ คุ้มค่าทั้งผู้ให้และผู้รับ





          ธนาคารไทยพาณิชย์ ผนึกกำลังกับ ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต (SCBLIFE) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์ ส่งผลิตภัณฑ์น้องใหม่ “ประกันเลือกได้... มรดกตามใจ” ทางเลือกใหม่ในการวางแผนมรดกจับลูกค้ากลุ่มบน อาทิ นักธุรกิจ และผู้บริหาร พร้อมชู 5 จุดเด่นความคุ้มค่าโดนใจ อันได้แก่ ชำระเบี้ยประกันภัยน้อย แต่เป็นมรดกให้ทายาทเต็ม 100% เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยได้ 2 ระยะ ได้แก่ 5 ปี และ 10 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ลดหย่อนภาษีได้ และไม่ต้องตรวจสุขภาพคาดผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลภาพรวมตลาดประกันชีวิตครึ่งปีหลัง 2556 กลับมาคึกคัก

         นายสมิทธ์ พนมยงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายเงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ธนาคารได้ร่วมกับบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตรูปแบบใหม่ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้ากลุ่ม SCB FIRST และ Private Bank อาทิเช่น นักธุรกิจ ผู้บริหาร ที่ต้องการความคุ้มครองที่สูงกว่าประกันแบบออมทรัพย์ทั่วไปที่มีอยู่ในตลาด เพื่อเป็นการคุ้มครองธุรกิจและส่งต่อมรดกให้ลูกหลาน สำหรับ “ประกันเลือกได้... มรดกตามใจ” เป็นการสานต่อนวัตกรรมความสำเร็จและเติมเต็มประกันในกลุ่ม “ประกันเลือกได้” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือก ระยะเวลาคุ้มครองและระยะเวลาการจ่ายเบี้ย ได้ตามต้องการ ลูกค้าในกลุ่ม Private Bank และ SCB FIRST เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง มีแนวโน้มการเติบโตดี แต่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มนี้อย่างแท้จริง ประกันแบบออมทรัพย์ทั่วไปในตลาดมักเน้นไปที่การประหยัดภาษีและมีเงินคืนระหว่างทาง แต่ความคุ้มครองต่ำเมื่อเทียบกับเบี้ยที่จ่ายไป ผลการสำรวจและวิจัยความต้องการของกลุ่มนี้พบว่า การส่งต่อความมั่งคั่งและอนาคตที่มั่นคงให้กับลูกหลาน เป็นปัจจัยที่สำคัญก่อนการใช้ชีวิตตามใจอย่างมีความสุข โดยไม่เป็นภาระของคนข้างหลัง ซึ่งประกันแบบใหม่ “ประกันเลือกได้... มรดกตามใจ” จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว”

ด้าน นายวิพล วรเสาหฤท กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ SCBLIFE กล่าวว่า “แบบประกันเลือกได้... มรดกตามใจ” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางเลือกในการวางแผนมรดกรูปแบบใหม่ที่ผู้บริโภคมีอิสระในการเลือกได้ตามความต้องการ และให้ประโยชน์ที่คุ้มค่าแก่ทั้งผู้ให้ และผู้รับ เพราะโดดเด่นด้วยความคุ้มค่าในการชำระเบี้ยที่น้อยเมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้รับ เพื่อเป็นมรดกให้ทายาทเต็ม 100% ซึ่งนอกจากจะช่วยให้หมดความกังวลเรื่องอนาคตของบุคคลอันเป็นที่รักแล้ว ผู้ให้ยังสามารถนำเงินส่วนต่างนั้นไปต่อยอดเติมเต็มความสุขได้ตามความพึงพอใจของตนเองอีกด้วย ด้านทายาทก็ไม่ต้องกังวลต่อเหตุการณ์ผันผวนในฐานะทางการเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินของผู้ให้ สามารถรับเงินสินไหมได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนศาลเหมือนเช่นมรดกทั่วไป และไม่มีภาระภาษีเหมือนเช่นสินทรัพย์อื่นๆ”





          ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเพศชาย อายุ 50 ปี ต้องการวางแผนมรดกให้กับทายาท 10 ล้านบาท ถ้าเป็นมรดกรูปแบบอื่นๆ ลูกค้าต้องกันเงินไว้ 10 ล้านบาทเต็มจำนวน หากเลือกวิธีวางแผนมรดกแบบใหม่กับ “ประกันเลือกได้ มรดกตามใจ 99/5” ที่ทุนประกันภัย 10 ล้านบาท ลูกค้าจะจ่ายเบี้ยประกันภัยรวม 5 ปี อยู่ที่ 5.40 ล้านบาท (ปีละ 1.08 ล้านบาท) โดยจะได้รับความคุ้มครองชีวิตเต็ม 100% ของทุนประกันภัยยาวนานตลอดชีวิตจนถึงอายุ 99 ปี ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ได้วางแผนเตรียมเงินมรดกไว้ให้แก่ทายาทผู้รับผลประโยชน์เต็มจำนวน 10 ล้านบาท สำหรับเงินส่วนต่างอีก 4.60 ล้านบาทนั้น ลูกค้ายังสามารถนำไปเติมเต็มความสุข ความฝันของตนเอง หรือจัดสรรไว้สำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นภาระของคนข้างหลัง

         แบบประกันดังกล่าว ลูกค้าสามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี หรือ 10 ปี โดยจะได้รับความคุ้มครองชีวิตยาวนานตลอดชีวิตถึงอายุ 99 ปี เต็มจำนวน 100% ของทุนประกันภัยตลอดสัญญา โดยทุนประกันภัยเริ่มต้นที่ 500,000 บาท และไม่จำกัดทุนประกันภัยสูงสุด ไม่ต้องตรวจสุขภาพสำหรับทุนประกันภัยรวมไม่เกินวงเงิน 4 ล้านบาทและอยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด และยังได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาท รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 30-70 ปี

          นายสมิทธ์ กล่าวปิดท้ายว่า จุดมุ่งหมายของธนาคารคือมุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งประกันเลือกได้... มรดกตามใจ ตอบโจทย์ความต้องการให้กับลูกค้ากลุ่ม SCB FIRST และ Private Bank ในการส่งต่อความมั่งคั่งไปยังรุ่นต่อไปอย่างคุ้มค่า ซึ่งธนาคารหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ โทร. 02-777-7777 

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ไทยพาณิชย์โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีโต29.7%

ไทยพาณิชย์โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีโต29.7%


ธนาคารไทยพาณิชย์ โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% จากปีก่อน


          ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/2556 จำนวน 12,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% ซึ่งเป็นผลประกอบการที่อยู่ในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,800 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวม เติบโตเป็น 29,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิที่ดีมาจากการขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 18.1% และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 20.0% ด้านคุณภาพของสินเชื่ออยู่ในระดับดี โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ยังคงที่ในระดับ 2.1% 


          สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก ธนาคารมีกำไรสุทธิรวม 25,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรที่เติบโตสูงนี้ มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 19.8% และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 20.8%


          นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า รายได้รวมและกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของธนาคาร แสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่เติบโตอย่างยั่งยืน และรูปแบบการดำเนินงานของธนาคารที่แข่งขันได้ดี ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจที่ธนาคารได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

     
          ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 18.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากสินเชื่อขยายตัว 16.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การขยายตัวไปในกลุ่มสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น รวมทั้งการเติบโตของการลงทุน นอกจากสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจแล้ว ธนาคารยังมีการเติบโตสูงกว่าตลาดโดยรวมอีกด้วย ซึ่งเกิดจากกลยุทธ์ในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสินเชื่อลูกค้าธุรกิจ(SME) สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถยนต์


          เช่นเดียวกับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมาจากรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยที่เติบโต 18% รายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 12.6% และรายได้จากธุรกรรมเพื่อการค้าและการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 67.6%


"การเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย มากกว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิ"


          อย่างไรก็ตาม ด้วยการดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต ธนาคารได้ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาสที่ 2 เพิ่มจาก 2,550 ล้านบาท เป็น 2,700 ล้านบาท นอกจากนี้ อัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารก็สูงถึง 144.9% ซึ่งเป็นระดับที่ถือว่าสูงในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ


>>แหล่งที่มา<<

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บลจ.ไทยพาณิชย์ จ่ายปันผล 3 กองทุนอสังหาฯ รวม 687 ล้านบาท

          บลจ.ไทยพาณิชย์ จ่ายปันผล 3 กองทุนอสังหาฯ CPNRF, POPF, CPNCG รวม 687 ล้านบาท เตรียมขอมติผู้ถือหน่วยเพิ่มทุน CPNRF ดึงเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ เข้าพอร์ต


          นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การบริหารของบริษัทฯ พร้อมกัน 3 กองทุน สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 คิดเป็นมูลค่าเงินปันผล รวมทั้งสิ้นประมาณ 687 ล้านบาท ในวันที่ 15 สิงหาคม 2556 ประกอบด้วย กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท หรือ CPN Retail Growth Leasehold Property Fund (CPNRF) ซึ่งลงทุนในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซารัชดา-พระราม3, พระราม 2 และปิ่นเกล้า ที่มีผลการดำเนินงานดีอย่างต่อเนื่อง โดยจะจ่ายปันผลในอัตรา 0.3167 บาทต่อหน่วย โดยที่ผ่านมาได้จ่ายเงินปันผลเป็นจำนวน 7.4412 บาทต่อหน่วยลงทุน (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรก 6 มีนาคม 2549)


          ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีการจ่ายปันผลกองทุนอสังหาฯ ประเภทอาคารสำนักงาน อีกจำนวน 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพรม์ออฟฟิศ หรือ Prime Office Leasehold Property Fund (POPF) ที่ลงทุนในอาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ และอาคารยูบีซี 2 จะจ่ายปันผลในอัตรา 0.2527 บาทต่อหน่วย โดยที่ผ่านมาได้จ่ายเงินปันผลเป็นจำนวน 2.2179 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรก 7 กันยายน 2554) และกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท หรือ CPN Commercial Growth Leasehold Property Fund (CPNCG) ที่ลงทุนในอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ จะจ่ายปันผลในอัตรา 0.1941 บาทต่อหน่วย ซึ่งที่ผ่านมาได้จ่ายเงินปันผลเป็นจำนวน 0.6248 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่วันที่จ่ายปันผลครั้งแรก 14 กุมภาพันธ์ 2556)


          นอกจากนี้ ในฐานะที่ บลจ.ไทยพาณิชย์เป็นผู้จัดการกองทุน CPNRF บริษัทฯ ยังได้เตรียมจัดประชุม ผู้ถือหน่วยลงทุนครั้งที่ 1/2556 ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2556 เวลา 9.00-11.00 น. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เพื่อขอมติพิจารณาอนุมัติเพิ่มทุนกองทุน CPNRF เพื่อลงทุนในโครงการเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เพิ่มเติมด้วย โดยข้อมูลราคาตลาดของกองทุน CPNRF ที่ปรากฏในตลาดหลักทรัพย์ ณ 16 กรกฎาคม 2556 มีมูลค่าราคาตลาด ประมาณ 29,126.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97% นับจากมูลค่าราคาตลาด ณ วันที่มีการเพิ่มทุน ในปี 2552


>>แหล่งที่มา<<